การเตรียมความพร้อมทางการศึกษา สู่อาเซียน

การศึกษา เป็นกลไกในการปลูกฝังค่านิยมแนวความคิด ความเข้าใจกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของอาเซียนและเศรษฐกิจโลก โดยในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ได้กำหนดให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกในการเสริมสร้างวิถีชีวิตที่ดีของประชากรในภูมิภาค ด้วยการให้ความสำคัญกับการศึกษาและการสร้างโอกาสทางการศึกษา ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน ด้วยกัน คือ

– การให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยรณรงค์ให้ประชากรทุกคนอ่านออกเขียนได้ ลดอัตราการไม่รู้หนังสือ เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนทางไกลการศึกษานอกระบบ การเรียนจากศูนย์การเรียนชุมชน ซึ่งประเทศไทยได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศอาเซียนว่าเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมการพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่าน CLCs อีกด้วย

– การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมการสอนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาราชการของอาเซียน การพัฒนาครู ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งประเทศไทยมีเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาครูกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนการสอน

– การส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยส่งเสริมการพัฒนาสื่อการ เรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในสาระวิชาและระดับชั้นต่างๆทั้งในรูปแบบ on-line และ off-line กำหนดสมรรถนะผู้เรียนในด้าน ICT ในแต่ละระดับการศึกษาพัฒนายกระดับสถาบันการศึกษาให้มีความสามารถเฉพาะทางด้าน ICT

– การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงประยุกต์ โดยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางด้านวิชาชีพทางด้านการวิจัยที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

– การส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม โดยเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมายในประเทศ เพื่อเป็นกลไกและเครื่องมือในการพัฒนากำลังคนที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ดังนั้น การพัฒนาองค์ความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน เป็นการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดีและทันสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก อีกทั้งยังมุ่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษของบุคลากรและนักเรียนให้ได้มาตรฐานและสามารถสื่อสารได้เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อีกด้วย

การศึกษาและวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ

mContent_Image3052554154700รายจ่ายที่มองไม่เห็นชัดเจนว่ามีการจ่ายจริง เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายออกไปเป็นตัวเงิน แต่ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการจะต้องประเมินขึ้นมาและถือเป็นต้นทุนการผลิตส่วนหนึ่ง ได้แก่ ราคา หรือผลตอบแทนของปัจจัยการผลิตในส่วนที่ผู้ผลิตเป็นเจ้าของเองและได้นำปัจจัยนั้นมาใช้ร่วมในการผลิตด้วย ต้นทุนการผลิตคือค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายในปัจจัยการผลิตที่ใช้ในกระบวนการผลิต เนื่องจากปัจจัยการผลิตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ปัจจัยคงที่ กับปัจจัยผันแปร ดังนั้นต้นทุนการผลิตซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายในปัจจัยการผลิตจึงแบ่งตามประเภทของปัจจัยการผลิต การพิจารณาต้นทุนของการผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง ผู้ผลิตมักจะคิดเฉพาะต้นทุนที่ตนเองต้องรับภาระจริงๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนบางชนิดที่เกิดจากการผลิตของตนแต่บุคคลอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการผลิตต้องรับภาระ

ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องแสวงหากำไรสูงสุด เพื่อเป็นผลตอบแทนต่อการทำงาน และกำไรของธุรกิจที่สมเหตุสมผลนั้นก็เป็นรางวัลที่สังคมมอบให้กับองค์กรธุรกิจเพื่อเป็นการตอบแทนที่องค์กรธุรกิจได้ปฏิบัติตามพันธกิจ และให้สิ่งที่ดีกับสังคม ซึ่งกลยุทธ์การลดต้นทุนการผลิตก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มผลกำไรขององค์กรธุรกิจ และเป็นกลยุทธ์ที่เน้นที่การสำรวจและแก้ไขจุดบกพร่องภายในองค์กรธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ และเพื่อการเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันในยุคที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง

การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต

– เพื่อกำหนดหาต้นทุนการผลิตที่ใกล้เคียงที่สุด : โดยปกติแล้วต้นทุนการผลิตที่ได้จากการคำนวณจะมีการคลาดเคลื่อนเนื่องจากหลายๆปัจจัยในการผลิต
– การควบคุมและลดต้นทุนการผลิต : เมื่อทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดต้นทุนการผลิตที่สูงทำให้เราสามารถหามาตรฐานแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้
– เพื่อตัดสินใจและวางแผนงานต่างๆ : ทำให้สามารถประมาณการต้นทุนการผลิตและราคาขายที่ต่ำลงมาได้ ทำให้สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในด้านราคาได้
– เพื่อกำหนดกำไรและฐานะทางการเงินของกิจการ : การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตจะทำให้สามารถประมาณการต้นทุนการผลิตที่แม่นยำ
– เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินผลและควบคุมการบริหารงาน : สามารถนำผลการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตมาประเมินผลงานทั้งประสิทธิภาพ เพื่อการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจบริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

เป็นธุรกิจบริการทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและเป็นตัวกลางระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศกับนักเรียน เป็นจุดเชื่อมให้มหาวิทยาลัยพบกับนักเรียนนั่นเอง หน้าที่ของผู้ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ คือ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และหลักสูตรการเรียนการสอน เสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับนักเรียน ในด้านวิชาที่ชอบและอยากเรียน มหาวิทยาลัยที่เลือกไปเรียน และดำเนินการสมัครเข้าเรียน และติดตามผลตอบรับจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ

ในประเทศไทยมีตัวแทนให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศกว่า 50 แห่งครอบคลุมสถาบันการศึกษาจากหลากหลายประเทศที่แพร่หลาย อาทิเช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดาสำหรับตลาดระดับปริญญาโท และปริญญาตรี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สำหรับตลาดระดับมัธยมหรือ การเรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดภาคเรียน นอกจากนี้ก็ยังมีตลาดเฉพาะสาขาวิชา เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่ทุกท่านมีประสบการณ์ด้านการเรียนต่อต่างประเทศ และได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเป็นเวลานาน พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องของการไปศึกษาต่อ หรือเรียนต่อต่างประเทศกับนักเรียน นักศึกษา การเรียนต่ออเมริกา เรียนต่อออสเตรเลีย และเรียนต่ออังกฤษ ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้เป็นประเทศที่นักเรียน นักศึกษาไทยนิยมเลือกไปศึกษาต่อกันมากที่สุด แล้วยังมีเรียนต่อที่ประเทศจีน หลักสูตรเรียนแพทย์ที่จีน แนะแนวไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนอีกหลายหลักสูตร ด้วยปรัชญาความมุ่งมั่นที่ต้องการให้นักเรียน นักศึกษาได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้และ ทันสมัยที่สุด จะสามารถช่วยให้นักเรียน นักศึกษาใช้เป็นแนวทางในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ตลอดจนถึงการเลือกหลักสูตรการเรียนที่ตรงกับความต้องการ และความเหมาะสม จะช่วยให้นักเรียน นักศึกษาสามารถวางแผนเกี่ยวกับเรื่องเวลาและงบประมาณได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการศึกษาต่อตามความมุ่งมาดปรารถนาของนักเรียน นักศึกษาได้ในที่สุด

การเข้ามาใช้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศนั้นทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกวิชาเรียน การเลือกสถาบันที่เรียน การกรอกใบสมัคร การติดตามผล การทำวีซ่า รวมทั้งการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง ซึ่งปัญหาเหล่านี้นักศึกษาอาจพบได้บ่อย แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่จึงมั่นใจได้ว่านักศึกษาจะได้รับการดูแลอย่างดี

การศึกษาภาวะโรคอ้วนในเด็กที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี

ปัจจุบันพบว่าคนไทยอ้วนและมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย-แปซิฟิก เป็นผลของการที่คนไทยใช้ชีวิตกินแล้วนั่งหรือนอน และขาดการออกกำลังกาย สาเหตุการเกิดโรคอ้วนในเด็กมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมและขาดการออกกำลังกาย โดยพบว่าเด็กวัยเรียนกินผักเพียงวันละ 1.5 ช้อนกินข้าวต่อคน ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ คือควรกินผักวันละ 12 ช้อนกินข้าว และกินผลไม้ทุกวันเพียง ร้อยละ 26.8 สำหรับการออกกำลังกายพบว่า เด็กที่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ คือ 60 นาทีต่อวัน และสัปดาห์ละ 3 วัน มีเพียงร้อยละ 24.3 ในขณะที่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการดูโทรทัศน์ เล่นเกม และคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกินกว่าวันละ 2 ชั่วโมง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เด็กไทยมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นทุกปี

เด็กที่ประสบภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคโครงสร้างผิดรูป เนื่องจากสุขภาวะการรับประทานอาหาร การดำเนินชีวิต แตกต่างจากเด็กทั่วไป อีกทั้งต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มากจึงอาจทำให้โครงสร้างร่างกายผิดรูปได้ ซึ่งโครงสร้างในร่างกายมนุษย์ จะมีเส้นแบ่งระหว่างกลางลำตัวและด้านข้างลำตัว ไม่หลุดจากแกนการทำงานปกติ ซึ่งหากเส้นแบ่งโครงสร้างดังกล่าวบิดเบี้ยวและไม่พัฒนาตามช่วงการเจริญเติบโตของวัย ก็จะทำให้มีภาวะผิดปกติของโครงสร้างได้ อาทิ การบิดโค้งของแนวกระดูกสันหลังผิดปกติ, ฝ่าเท้าผิดรูป, เข่าไม่สมดุล ฯลฯ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างร่างกายผิดรูปคือ การเคลื่อนไหวผิดท่าทางและน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน

วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาโรคอ้วนในเด็กได้

คือ การทำอาหารรับประทานกันเองในบ้าน หรือพ่อแม่คอยให้คำแนะนำและดูแลอาหารการกินของลูกอย่างใกล้ชิด เช่น คอยจำกัดปริมาณของไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และเกลือ ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณผลไม้ ผัก และธัญพืชในอาหารของเด็กนอกจากนี้ในเด็กนอกจากนี้ในเด็กที่มีเริ่มมีน้ำหนักเกินควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อช่วยลูกให้ควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นการเลือกอาหารที่เหมาะสมคือเลือกของที่สดใหม่แทนที่จะเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมาหลายขั้นตอน ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว หรือนมรสจืดแทนที่จะเป็นน้ำหวานและน้ำอัดลม สำหรับอาหารว่างควรจะเป็นประเภทที่ดีต่อสุขภาพเช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ และเมื่อได้กิจกรรมการออกกำลังกายที่เด็กชอบแล้วให้ค่อย ๆเพิ่มระยะเวลาการเล่นและความหนักหน่วงขึ้นทีละนิด โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การให้เด็กได้ออกกำลังกายครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละสามวัน

การศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กวัยก่อนเรียน

การศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กวัยก่อนเรียน   เด็กวัยก่อนเรียนหรือวัยเด็กตอนต้น เป็นวัยที่เด็กมีความต้องการอะไรหลายๆอย่าง ต้องการความเป็นอิสระ อยากรู้ อยากเห็น ต้องการความเป็นตัวของตัวเอง ต้องการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต จึงจัดได้ว่าวัยเด็กเป็นวัยสำคัญที่จะก้าวไปป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การอบรมเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวกำหนดให้เด็กเติบโตมาเป็นบุคลิกภาพต่างๆ ฉะนั้นพ่อแม่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด ความรักความอบอุ่นจึงเป็นอาหารใจที่วิเศษที่สุดสำหรับเด็กในวัยนี้ และจะก่อให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ของเด็กแต่ละคน เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง6 ปีและเรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กความต้องการของเด็ก สอนให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ฝึกพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน เช่น พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการทางด้านสังคม พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการทางด้านจิตใจ

ช่วงอายุปฐมวัย คือห้าปีแรกของชีวิตนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาชีวิตของเด็ก สมองของเด็กพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงห้าปีแรกของชีวิต เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีการพัฒนาทางการรับรู้ ภาษา สังคม อารมณ์และกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว การพัฒนาทางสมองของเด็กขึ้นอยู่กับการกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของการเลี้ยงดูและระดับการปฏิสัมพันธ์ที่เด็กได้รับ เด็กทารกที่ได้รับการกอด หยอกล้อ อาทรและกระตุ้นทางการมองเห็นจะได้เปรียบเด็กที่ไม่ได้รับหลายเท่า เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะทางด้านการรับรู้ ภาษา อารมณ์และสังคมอย่างเต็มที่ มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและมีความเชื่อมั่นและรู้จักคุณค่าของตนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ การพัฒนาในแต่ละด้านนี้ล้วนแต่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของเรา เพราะประสบการณ์ในวัยเด็กเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเป็นตัวตน

สภาพแวดล้อมของบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตวัยเด็ก แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กจะต้องได้มีโอกาสรับบริการพัฒนาเด็กปฐมวัยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่นบริการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พฤติกรรม และทักษะชีวิตของมนุษย์ได้จากการเรียนรู้และการสะสมประสบการณ์ การเรียนรู้ทักษะบางอย่างจะง่ายและ ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาหนึ่งมากกว่าอีกเวลาหนึ่งและสังคมจะคาดหวังให้ เด็กแต่ละคนทำพฤติกรรมที่เหมาะสมให้ได้ ในแต่ละช่วงอายุของบุคคล